หน้าแรก สุขภาพร่างกาย มะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุ อาการและวิธีการรักษาอย่างไร? รู้ทันป้องกันได้

มะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุ อาการและวิธีการรักษาอย่างไร? รู้ทันป้องกันได้

มะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุ อาการและวิธีการรักษาอย่างไร

มะเร็งปากมดลูก เป็นภัยเงียบที่คุกคามต่อสุขภาพของคุณผู้หญิง ซึ่งมีหลายท่านกว่าจะรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกก็เข้าขั้นลุกลามไปแล้ว ทำให้รักษาไม่ทัน หรือเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เอชพีวี (Human Papillomavirus) ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ดังนี้

  1. การมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 17 ปี เพราะในช่วงอายุนี้จะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกมาก และมีความไวต่อสารก่อมะเร็งที่สูง หรือกรณีที่คุณเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ คุณผู้หญิงอย่าคิดว่าผู้ชาย เขาจะไม่สามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อ HPV ให้คุณได้นะ ผู้ชายเขาสามารถรับเอาเชื้อไวรัส HPV จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงที่มีเชื้อดังกล่าวนี้ แล้วนำเชื้อมาแพร่ให้กับคุณผู้หญิงได้ขณะมีเพศสัมพันธ์เช่นกัน
  2. ถึงแม้คุณผู้หญิงจะมีสามีเดียวก็ตาม แต่คุณมีบุตรจำนวนมาก ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกสัมพันธ์กับการบาดเจ็บหรือการระคายเคืองที่เรื้อรังบริเวณมดลูกนั่นเอง
  3. แล้วถ้าคุณผู้หญิงมีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ เริม ซิฟิลิส และหนองใน ก็จะยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  4. สุดท้ายปัจจัยภายนอก ได้แก่ การกินยาคุมกำเนิด, การมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ, การสูบบุหรี่ และการขาดสารอาหารบางชนิด

อาการมะเร็งปากมดลูก

คราวนี้คุณสาวๆ ลองมาเช็คร่างกายกันดีกว่า ว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

ระยะแรกมะเร็งปากมดลูกนี้อาจจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง คือ การผิดปกติของอวัยวะเพศ เช่น มีเลือดไหลออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน การมีเลือดประจำเดือนในปริมาณมาก หรือนานกว่าปกติ นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากของเหลวที่ไหลออกทางช่องคลอด หรือตกขาว จะมีลักษณะเป็นมูก เป็นหนอง มีเลือดปน หรือมีเศษเนื้อปนออกมาด้วย แต่ทั้งนี้ก็อย่าเพิ่งตัดสินว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะนี่อาจจะเป็นอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์อื่น ๆ ได้เช่นกัน

ถึงแม้ในช่วงระยะแรกจะไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจนนัก แต่ถ้าคุณผู้หญิงปล่อยปละละเลยจนทำให้เข้าขั้นระยะลุกลามก็อาจจะทำให้เกิดอาการ เช่น ขาบวม ปวดหลังรุนแรง ปวดก้นกบ และบริเวณต้นขา อีกทั้งยังอาจจะมีอาการปัสสาวะและอุจจาระเป็นเลือด หรือเกิดการกดเบียดท่อไตทำให้ไตทำงานผิดปกติ จนอาจถึงไตวายได้อีกด้วยนะคะ

การรักษามะเร็งปากมดลูก

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาต่อเนื่องทำให้การรักษามีหลายวิธี เช่น การขูดเซลล์เยื่อบุปากมดลูกเพื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ การผ่าตัดด้วยการใช้รังสีบำบัด และ/หรือทำเคมีบำบัดร่วมด้วย เป็นต้น ซึ่งวิธีรักษานี้จะขึ้นกับระยะของโรคที่เป็นอยู่, สภาพร่างกายทั่วไปของผู้ป่วย และการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษามะเร็งปากมดลูก แบ่งออกดังนี้

  1. ระยะก่อนเป็นมะเร็ง (หากทำการรักษาอย่างถูกต้องจะได้ผลดีเกือบ 100%) คุณต้องเริ่มจากการตรวจคัดกรองเพื่อหามะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก ซึ่งการรักษาจะเป็นการทำลายเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก โดยการใช้เลเซอร์จี้ทำลาย, การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP) และการผ่าตัดปากมดลูก (Conization) หลังจากทำการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยจะต้องติดตามอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจร่างกาย ตรวจแปปสเมียร์ และการส่องกล้องตรวจปากมดลูก ทุก ๆ 3-6 เดือนหรือตามที่แพทย์นัดตรวจ
  2. ระยะลุกลาม การเลือกวิธีรักษาขึ้นกับโรคประจำตัวของผู้ป่วย ระยะของมะเร็ง และความพร้อมของโรงพยาบาลหรือแพทย์ผู้ดูแลรักษา

– การผ่าตัดมดลูกแบบถอนรากร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน

– การรักษาด้วยการให้รังสีรักษา ซึ่งจะต้องให้ทั้งฉายรังสีร่วมกับการใส่แร่

– การรักษาด้วยการให้รังสีรักษาร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด

สำหรับผลข้างเคียงของการรักษามะเร็งปากมดลูก ผู้ป่วยควรจะพักระยะหนึ่งเพื่อให้แผลหาย เพราะหลังการผ่าตัดมักจะมีอาการปวด เลือดออก ขับปัสสาวะและอุจาระลำบากอาจจะต้องคาสายสวนปัสสาวะไว้ระยะหนึ่ง หากต้องตัดมดลูกก็ยังคงมีอารมณ์ทางเพศปกติ แต่ควรเว้นประมาณ 4-8 สัปดาห์หลังผ่าตัด ส่วนการฉายรังสีรักษา ผู้ป่วยจะรู้สึกเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ผมร่วง ผิวบริเวณที่สัมผัสรังสีจะมีสีน้ำตาล ผู้ป่วยห้ามทาโลชั่นบริเวณนั้น และการสร้างภูมิคุ้มกัน มีผลข้างเคียงไม่มาก จะมีอาการคล้ายไข้หวัดปวดตามตัว คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องร่วง เป็นต้น

อัพเดทความรู้รอบตัวใหม่ๆทาง Facebook คลิกเลย!!