หน้าแรก สุขภาพร่างกาย วิธีแก้ไอ คันคอ มีเสมหะ ทำอย่างไรให้อาการไอหายโดยเร็วที่สุด?

วิธีแก้ไอ คันคอ มีเสมหะ ทำอย่างไรให้อาการไอหายโดยเร็วที่สุด?

วิธีแก้ไอ คันคอ มีเสมหะ ทำอย่างไรให้อาการไอหายโดยเร็วที่สุด

ช่วงปรับเปลี่ยนฤดูหรืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกรุ่นทุกวัย ก็คือไข้หวัด ที่มีอาการไอและจาม หลายคนไอเรื้อรังนานเป็นสัปดาห์ ทานยาแล้วก็ยังไม่ได้ผลหรือมีอาการไอรุนแรงยิ่งขึ้น ก่อนรักษาและหาวิธีแก้ไอเราต้องทราบสาเหตุที่แน่ชัดก่อนเพื่อกำจัดปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายๆกรณี

สาเหตุของการไอ

ไอ เป็นการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ลักษณะการไอจะช่วยบอกสาเหตุได้ เช่น ไอแบบแห้งๆ ไม่มีเสมหะส่วนใหญ่เกิดจากการมลภาวะจากควันไฟ ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง ส่วนการไอแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจเร็ว หอบเหนื่อยมักจะพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด

ประเภทของการไอ

การไอแบ่งตามระยะเวลา มี 2 ประเภท ได้แก่ ไอแบบฉับพลันจะเป็นอาการไอที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด โพรงไซนัสอักเสบฉับพลัน หรือเกิดจากมลภาวะต่างๆ จะมีอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ และประเภทที่สอง ได้แก่ ไอเรื้อรังจะมีอาการนานกว่า 3 สัปดาห์ ส่วนใหญ่เกิดจากหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง การไอแต่ละประเภทยังมีวิธีป้องกันรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งลักษณะการไอที่ควรพบแพทย์ทันทีได้แก่

  1. มีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 2-3 สัปดาห์
  2. ไอมีเสมหะเหลืองปนเขียว หรือมีเลือดปน
  3. มีอาการเป็นไข้ตัวร้อนนานกว่า 1-2 สัปดาห์
  4. เวลาไอรู้สึกหอบเหนื่อยเจ็บหน้าอก อ่อนเพลียเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง

วิธีป้องกันการไอ

อาการไอที่เกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณต้องป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น การทานผักผลไม้ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สวมเสื้อผ้าหนาๆ ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงหรืออยู่ห่างจากผู้ที่ไม่สบายและมีอาการไอ เพราะอาจรับเชื้อโรคจากบุคคลเหล่านั้นได้

วิธีแก้ไอ

เมื่อเกิดอาการไอ ในเบื้องต้นให้คุณปฏิบัติดังนี้

  1. ดื่มน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นๆ
  2. การจิบน้ำผึ้งผสมมะนาว โดยให้คุณน้ำต้ม แล้วผสมด้วยน้ำมะนาว 1 ผลกับเกลือป่นหรือน้ำผึ้งเล็กน้อย หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ จะช่วยแก้อาการไอได้ หรือผ่ามะนาว 1 ซีก นำเมล็ดออกใช้เกลือป่นโรยหน้าแล้วบีบน้ำมะนาวทานสดๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและได้ผลดี
  3. ทานยาอม ซึ่งยาอมแก้ไอมีหลายประเภททั้งยามอมสมุนไพรและลูกอมที่ช่วยบรรเทาอาการไอได้
  4. ทานยาแก้ไอ สำหรับคนที่มีอาการไอและใช้วิธีอื่นๆ แล้วยังไม่บรรเทาหรือไม่ทำให้อาการไอลดน้อยลง การทานยาแก้ไอหรือจิบยาแก้ไอเป็นวิธีที่ได้ผลดี
  5. พบแพทย์เพื่อทำการรักษา หากมีอาการไอติดต่อกันนานเกินกว่า 2 สัปดาห์

อาการไอนอกจากเป็นปัญหาสุขภาพ ทำให้เสียบุคลิกภาพและขาดความมั่นใจในตัวเองแล้ว หากปล่อยไว้นานโดยไม่ทำการรักษาอาจกลายเป็นไอเรื้อรังที่ยากต่อการรักษาได้

อัพเดทความรู้รอบตัวใหม่ๆทาง Facebook คลิกเลย!!